รวมข่าวและบทความให้อ่านจากเว็บหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ เพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัย ที่นี่ Boybdream

กกต.ฉาวปั้นหลักฐานเท็จช่วย 'ยงยุทธ' ซ้ำรอย 3 หนาโกงเลือกตั้ง โดย ผู้จัดการรายวัน
[Section1:ข่าวปก] [11 มิถุนายน 2551 22:22 น.] รวมข่าวและบทความให้อ่านเพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัย ได้ที่นี่ Boybdream Webdesign

   
 
 
       ผู้จัดการรายวัน - แฉขบวนการปั้นหลักฐานเท็จ ส่งศาลฎีกา เพื่อช่วยเหลือ "ยุทธ ตู้เย็น" ให้พ้นจากคดี "ใบแดง" ที่มีผลต่อเนื่องถึงการยุบพรรคพลังประชาชน เผยเจ้าหน้าที่กกต.รับสารภาพ เพื่อมุ่งทำลายความน่าเชื่อถื่อพยานปากสำคัญ "ชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ" ทั้งตัดตอนเอกสาร-บิดเบือนข้อมูลในคอมพิวเตอร์ว่าเป็นสมาชิกพรรคปชป.ทั้งที่ข้อเท็จจริงล่าสุด เป็นสมาชิกไทยรักไทย ตรวจสอบพบล้วนเป็นลูกน้องในสาย "สมชัย-สดศรี" กกต.ชื่อดัง จับตาบทพิสูจน์ ยกคำร้องคดีโกงเลือกตั้งกว่า 700 คดีเอื้อพลังประชาชน ซ้ำรอยพฤติกรรม‘ยุบพรรคไทยรักไทย’
       
       เมื่อเวลา 09.30 น. วานนี้ (11มิ.ย.) ที่ศาลฎีกา สนามหลวง น.ส.รัศมี เพ็ญสุข ทนายความจากสภาทนายความ พร้อมด้วยนายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า อ.แม่จัน จ.เชียงราย ประจักษ์พยานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ กกต.ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชน ซึ่งถูกกกต.แจกใบแดง และให้จัดการเลือกตั้งใหม่ จ.เชียงราย เขต 3 กรณีที่ น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส. ถูกแจกใบเหลือง ซึ่งทั้งสองกระทำผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 โดยกระทำการทุจริตการเลือกตั้ง ด้วยการแจกเงินให้กับกลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นตัวแทน (หัวคะแนน) ของนายยงยุทธ แจกเงินซื้อเสียง เพื่อให้มีการลงคะแนนเลือกผู้สมัครของพรรคประชาชน ได้เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อศาล เพื่อให้ไต่สวนเอกสารหนังสือของสำนักสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย 5 สำนักงาน กกต. ลงวันที่ 8 พ.ค.51 ซึ่งนายยงยุทธ ได้ยื่นต่อศาลในการเบิกความชั้นไต่สวนจำเลย เมื่อวันที่ 14 พ.ค.51 ระบุว่า นายชัยวัฒน์ เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเอกสารที่เป็นเท็จ มีการปกปิด และเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้ผิดไปจากความเป็นจริง เพื่อให้สอดคล้องกับข้อต่อสู้ ที่อ้างว่าถูกจัดฉากโดยพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม
       
       นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตนไม่เคยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทยมาโดยตลอด เมื่อถูกยุบพรรค ก็มาเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชน และก็ได้ยืนยันในการเบิกความต่อศาลไปแล้ว ไม่ทราบว่าใครแอบเอาชื่อไปสมัครสมาชิก หลังเป็นพยานเบิกความในศาล ถูกทนายความของนายยงยุทธ ยื่นฟ้องฐานเบิกความเท็จไปแล้วถึง 9 คดี
       
       ด้าน น.ส.รัศมี กล่าวว่า เอกสารของ กกต. ที่นายยงยุทธ ยื่นเป็นพยานต่อศาลมีพิรุธหลายประการ คือ เอกสารดังกล่าว ลงวันที่ 8 พ.ค.51 ลงนามโดย พ.ต.อ.ณัฐศักดิ์ นานาวัน ผู้อำนวยการสำนักสืบสวน และวินิจฉัย 5 ทั้งที่ ความจริงในวันดังกล่าว พ.ต.อ.ณัฐศักดิ์ รับผิดชอบว่าความอยู่ที่ศาลฎีกาตลอดทั้งวัน จึงน่าสงสัยว่า หนังสือจะออกโดยไม่ถูกต้อง และผู้ที่นำหนังสือที่เป็นเท็จไปยื่นต่อศาลฎีกา มีความผิดต่อเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 และถือว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาล จึงเดินทางมายื่นคำร้องขอให้ศาลไต่สวนว่า เอกสารดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่ ถ้าไม่จริง ใครบ้างที่มีส่วนรู้เห็น และนำคนทำผิดมาลงโทษ เชื่อว่าจะไม่กระทบกับการพิจารณาพิพากษาคดีใบแดง ให้ล่าช้า
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าว ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล ทั้งนี้ ศาลได้นัดไต่สวนพยานฝ่ายนายยงยุทธ ปากสุดท้าย คือ นายชัยวัฒน์ และนัดคู่ความฟังคำสั่งคดีในวันที่ 8 ก.ค. 51
       
       จับโกหกป้ายสีชัยวัฒน์เป็นสมาชิก ปชป.
       
       รายงานข่าวจากสำนักงานกกต. แจ้งว่า เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา สำนักงาน กกต. ได้ออกเอกสาร เลขที่ ลต. 0205 (ฝสสว.10/957) ยืนยันว่า นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ เลขที่ 471040033 ตั้งแต่ 20 ก.ย.47 จนถึงปัจจุบัน ลงนามโดย พ.ต.อ.ณัฐศักดิ์ นานาวัน ผอ.สำนักสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย 5
       
       ต่อมา ฝ่ายทนายความของนายยงยุทธ ได้นำเอกสารดังกล่าว ขึ้นถามค้านในการไต่สวนของศาลฎีกาฯ ในเวลา 10.00 น. วันเดียวกับที่ออกเอกสาร แต่นายชัยวัฒน์ตอบข้อซักถามทนายฝ่ายนายยงยุทธว่า ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคปชป. แต่เป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย และเมื่อพรรคถูกยุบ ก็ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชาชนทั้งครอบครัว
       
       น.ส.รัศมี เพ็ญสุข ทนายความของนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า เอกสารดังกล่าวมีพิรุธ จากการตรวจสอบฐานข้อมูลของสำนักงาน กกต. พบว่า นายชัยวัฒน์ เป็นสมาชิกพรรคการเมืองถึง 2 พรรค คือ พรรคพลังประชาชน หมายเลข B570713055754 ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 471040033 ดังนั้นทีมทนายจึงได้นำ นายชัยวัฒน์ ยื่นเอกสาร แถลงต่อศาลว่า เอกสารดังกล่าวส่อพิรุธ
       
       สร้างหลักฐานเท็จยื่นศาลฎีกา
       
       ต่อมา วันที่ 14 พ.ค. 51 นายยงยุทธ ได้เบิกความต่อศาลฎีกาฯ โดยได้ยื่นเอกสารของ สำนักสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย 5 สำนักงาน กกต. ซึ่งแจ้งผลการตรวจสอบการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของนายชัยวัฒน์ โดยระบุว่า เป็นสมาชิกพรรคปชป. ต่อศาลฎีกาฯ
       
       ด้าน นายชัยวัฒน์ฯ ได้พยายามรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบเอกสารที่นายยงยุทธ ยื่นต่อศาลฎีกาฯ ตามหมาย ค. 9 ที่ระบุว่า ตนเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยเอกสารดังกล่าว เป็นการโต้ตอบหนังสือของ นายสาคร ศิริชัย ทนายความของนายยงยุทธ ลงวันที่ 8 พ.ค. 51 สอบถามผู้อำนวยการสำนักงานสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย 5 ว่า นายชัยวัฒน์ เป็นสมาชิกพรรคปชป. พรรคทรท. หรือพรรค พปช. หรือไม่ และพ.ต.อ. ณัฐศักดิ์ นานาวัน ผู้อำนวยการ สำนักสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย 5 ได้มีหนังสือลงวันที่ 8 พ.ค. 51 แจ้งว่านายชัยวัฒน์ เป็นสมาชิกพรรคปชป.
       
       ทั้งนี้ นายชัยวัฒน์ ได้ตรวจสอบในเว็บไซต์ htt:/party.ect.go.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของกกต. พบว่า ตนเองเป็นสมาชิกพรรคปชป. เมื่อวันที่ 20 ก.ย. 47 และเป็นสมาชิกพรรคทรท. เมื่อ 6 ม.ค.48 จึงเชื่อว่าพยาน เอกสาร ที่นายยงยุทธ นำมากล่าวอ้างต่อศาล น่าจะเป็นความเท็จ ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย
       
       นอกจากนี้ ในกระบวนการไต่สวน ซึ่งมีนายถวิล อินทรักษา , พ.ต.อ. ณัฐศักดิ์ นานาวัน และพ.ต.ต. ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ เป็นตัวแทนของกกต. ไม่ได้ทำหน้าที่ในการซักค้าน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีให้สมกับที่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนของ กกต.
       
       ข้อมูลในคอมพ์ กกต.มีปัญหา
       
       อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของนายชัยวัฒน์ ที่เคยเป็นสมาชิกพรรคทรท. เมื่อวันที่ 6 ม.ค.48 และเป็นสมาชิกพรรคปชป. เมื่อ 20 ก.ย.47 ซึ่งตรวจสอบจากเว็บไซต์ ของสำนักงานกกต.ในภายหลังตามเอกสารที่แนบ น่าสงสัยว่า มีเจ้าหน้าที่ในสำนักงานกกต. ที่รับผิดชอบการจัดเก็บข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองเปลี่ยนแปลง และปกปิด ข้อมูล เฉพาะในส่วนที่เป็นข้อมูลของพรรคทรท. เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ นายยงยุทธ ซึ่งอ้างว่าถูกจัดฉากโดยพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม และ เพื่อนำพยานหลักฐาน ไปยื่นต่อศาลว่า นายชัยวัฒน์ เป็นสมาชิกพรรคปชป.
       
       เป็นที่น่าสังเกตว่า การทำเอกสารของ พ.ต.อ.ณัฐศักดิ์ นานาวัน ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย 5 ซึ่งแจ้งผลการตรวจสอบให้ นายสาคร ศิริชัย ทนายความของนายยงยุทธ ฯ ในวันที่ 8 พ.ค.51 นั้น ในวันดังกล่าว พ.ต.อ. ณัฐศักดิ์ เป็นผู้รับมอบอำนาจ จากกกต. ไปทำหน้าที่ซักถามพยานผู้ร้อง คือนายชัยวัฒน์ ,นายบุญธรรม คำคะ และนายพัฒน์ ก้างออนตา ณ ศาลฎีกาฯ ซึ่งใช้เวลาในการไต่สวน ตั้งแต่ 09.00 น. ถึง16.30 น. แต่กลับมีหนังสือจาก พ.ต.อ.ณัฐศักดิ์ แจ้งข้อมูลที่มีการปกปิด และดัดแปลงให้กับ นายสาคร ศิริชัย ดังกล่าว เชื่อว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อช่วยเหลือนายยงยุทธ นำข้อมูลที่ มีการปกปิด และดัดแปลง มาเป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลฎีกาฯ
       
       จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ประกอบกับพฤติการณ์ของนายถวิล อิทรักษา , พ.ต.อ. ณัฐศักดิ์ นานาวัน และพ.ต.ต. ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ ในการซักถาม และซักค้านในชั้นศาลฎีกาฯ ไม่ก่อประโยชน์ต่อรูปคดี ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือนายยงยุทธ ให้พ้นผิด จากการพิจารณาในชั้นศาลฎีกาฯ
       
       นอกจากนี้ การที่นายยงยุทธ ขอให้เปลี่ยนตัวคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ของสำนักงานกกต. เพื่อให้คณะกรรมการสืบสวนสอบสวน สามารถช่วยเหลือตน และ เพื่อล่วงรู้ข้อมูลที่เป็นพยานหลักฐานสำคัญในคดีได้
       
       ทั้งนี้ การกระทำของผู้ที่มีส่วนในการปกปิด และแก้ไขข้อมูลการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของนายชัยวัฒน์ฯ เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มา ซึ่งส.ว. มาตรา 57 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
       
       ประกอบกับขณะนี้มีการพยายามแก้ไขรธน. มาตรา 237 เพื่อให้พรรคพลังประชาชนพ้นจากการถูกยุบพรรค กรณีที่นายยงยุทธ ถูกศาลฎีกาฯ มีคำสั่งว่า กระทำความผิด ตามที่กกต. กล่าวหา แต่ยังไม่สามารถดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ในมาตราดังกล่าวได้ ซึ่งเป็นแรงจูงใจให้ พรรคพปช. และนายยงยุทธ พยายามแก้ข้อกล่าวหา เพื่อให้ตนเอง พ้นผิดในคดีทุจริตเลือกตั้ง
       
       เจ้าหน้าที่สารภาพ-พบสายงานขึ้นตรง “สมชัย-สดศรี”
       
       
       อย่างไรก็ตาม ปรากฏข่าวสารภายในที่ สำนักงานกกต.ว่า พ.ต.ท. กฤษณ์ ณ เชียงใหม่ รับสารภาพด้วยวาจาว่า เป็น ผู้ปลอมลายมือชื่อของพ.ต.อ.ณัฐศักดิ์ เพื่อแจ้งผลการตรวจสอบ การเป็นสมาชิกพรรคการเมืองของ นายชัยวัฒน์ ดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เป็นผู้ร่วมกระทำผิด
       
        ดังนั้น เห็นควรนำเรื่องนี้ แจ้งให้พรรคปชป. ซึ่งเป็นผู้เสียหาย เพื่อดำเนินการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมแจ้งให้ กกต. ตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินการทางนิตินัย และ คดีอาญา กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่เกี่ยวข้อง โดยส่งเรื่องให้ สำนักงานคณะป.ป.ช. ดำเนินการต่อ
       
       ทว่า กกต.จะไม่นำเรื่องนี้ให้ สตช. ทำการสอบสวน เนื่องจากสตช. อยู่ภายใต้การครอบงำ ของรัฐบาล และพรรคพปช. ซึ่งมีส่วนได้ ส่วนเสียในเรื่องนี้
       
       นอกจากนื้ เมื่อตรวจสอบสายงานบังคับบัญชาที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดครั้งนี้ พบว่า พ.ต.อ.ณัฐศักดิ์ นานาวัน พ.ต.ท.กฤษณ์ ณ เชียงใหม่ และ พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ ล้วนแล้วแต่ขึ้นตรงต่อนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัย สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกพรรคการเมืองจากสำนักกิจการพรรคการเมือง ที่ พ.ต.อ.ณัฐศักดิ์ นานาวัน ใช้เป็นเอกสารแนบ อ้างว่า นายชัยวัฒน์ เป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวนั้น ขึ้นตรงต่อ นางสดศรี สัตยธรรม (ดูผังโครงสร้างกกต.ประกอบ)
       
       กรณีการสร้างหลักฐานเท็จดังกล่าว นอกจาก นายชัยวัฒน์ จะได้รับความเสียหาย เพราะถูกแจ้งความกล่าวหาว่า เบิกความเท็จต่อศาลแล้ว ความเสียหายยังตกอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ด้วย เพราะถูกกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของ นายชัยวัฒน์ และถือว่า นายยงยุทธมาส่วนรู้เห็นในการสร้างเอกสารเท็จ เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลด้วย และในส่วนของกกต.จะต้องสอบสวนทางวินัย และอาญา และแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ และขบวนการที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (ดูเอกสารประกอบ )
       
       แฉ"สมชัย " เพื่อร่วมรุ่น"สมชาย"
       

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการแบ่งงาน และความรับผิดชอบ ของกกต.ทั้ง 5 คน ประกอบด้วย นายอภิชาติ สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ดูแลการบริหารงานในภาพรวมทั้งหมด นายสมชัย จึงประเสริฐ ดูแลด้านการสืบสวนสอบสวน นายประพันธ์ นัยโกวิท ดูแลด้านการจัดการเลือกตั้ง นางสดศรี สัตยธรรม ดูแลด้านกิจการพรรคการเมือง และนายสุเมธ อุปนิสากร ดูแลด้านการมีส่วนร่วม
       
       นายสมชัย ที่ดูแลด้านการสืบสวนสอบสวนนั้น เป็น เพื่อนร่วมรุ่นกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการคนปัจจุบัน โดยการทำงานของฝ่ายสืบสวนสอบสวนในส่วนกกต.กลางนั้น ได้มีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาทำงาน โดยมี พล.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา "เด็กในคาถาของกกต.ชุด " 3 หนา" เป็นคนควบคุมดูแล ส่วนในระดับจังหวัดนั้น ก็มีกกต.จังหวัดกำกับดูแลอยู่ โดยมีการตั้งอนุกรรมการฯ ขึ้นมาทำงานเช่นกัน
       
       การทำงานของกกต.ในการที่จะจับทุจริต หรือรับมือกับเรื่องร้องคัดค้านที่จะเข้ามาระหว่างที่มีการเลือกตั้ง ใช้วิธีการตั้ง คณะกรรมการสืบสวนสอบสวนประจำเขตเลือกตั้ง เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่นั้น ๆโดยมีอัตราตำรวจ 3 คน ต่อ ส.ส 1 คน ( ถ้าเขตหนึ่งมี ส.ส. 3 คน ก็จะมีตำรวจทำหน้าที่รวม 9 คน) มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียน และร้องคัดค้าน แต่ปรากฏว่า เมื่อมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาจำนวนหลายร้อยเรื่อง ก็กลับมีความเห็น เสนอให้ยกคำร้องเกือบทั้งหมด ทำให้ กกต. ถูกมองว่า ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถเอาผิดใครได้ ทั้งที่ปรากฏข่าวอย่างต่อเนื่องว่ามีการทุจริต มีการแข่งขันกันในพื้นที่สูงมาก
       
       พฤติกรรมซ้ำรอยคดียุบพรรค-สัมพันธ์ลึก
             
       ทั้งนี้ หากประเมินภาพทั้งหมดแล้ว การกระทำดังกล่าวไม่แตกต่างกับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ยุบพรรคไทยรักไทย เนื่องจากพรรคไทยรักไทย ว่าจ้างพรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย และพรรคพัฒนาชาติไทย และพรรคแผ่นดินไทย รับจ้างพรรคไทยรักไทยจัดหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อช่วยเหลือพรรคไทยรักไทย พรรคพัฒนาชาติไทยร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต.แก้ไขข้อมูลสมาชิกพรรคพัฒนาชาติไทย เพื่อให้ครบ 90 วัน
            
       นอกจากนั้น เมื่อตรวจสอบในเชิงลึก กลับพบว่า ภรรยาของนายถวิล คือ นางนิภา อินทรักษา ยังเป็นกรรมการบริษัท ดี.ที.ซีอินดัสตรีส์ จำกัด(มหาชน) ร่วมกับ พล.ต.ท.ปานสิริ ประภาวัต นายตำรวจ ซึ่งมีความใกล้ชิด นางพจมาน ชินวัตร
       
        และในระหว่างที่คดีของนายยงยุทธอยู่ในศาลนั้น นายถวิล ยังได้รับการเสนอชื่อจากรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ให้เป็น 1 ในคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) ร่วมกับ นายไสว พราหมณี อดีต ส.ว.นครราชสีมา, นายกุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา, นายบุญปลูก ชายเกตุ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), นายอุดม มั่งมีดี อดีตผู้พิพากษาที่ตัดสินจำคุก นายสนธิ ลิ้มทองกุล   และจากหลักฐานการปลอมแปลงเอกสารดังกล่าว ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตกรณีที่ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวนเสนอยุติคำร้องการทุจริตการเลือกตั้งของพรรคพลังประชาชนกว่า 700 เรื่องนั้น เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคพลังประชาชนเช่นเดียวกับกรณีนี้หรือไม่
       
       เผยร้องคัดค้าน 678 เรื่องปล่อยผีเพียบ
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งส.ส. เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 50 มีประชาชนออกมาใช้สิทธิมากเป็นประวัติการณ์ ถึงร้อยละ74.49 แต่หากพิจารณาถึงผลงานในการจับทุจริต ซื้อเสียงเลือกตั้งแล้ว อาจต้องบอกว่าไม่น่าประทับใจเท่าใดนัก เมื่อเทียบกับความคาดหวังที่ประชาชนมีต่อกกต.ชุดนี้ ที่มีที่มาจากศาลฎีกาทั้ง 5 คนว่าจะเป็นผู้เข้ามาพลิกวิกฤต และสามารถล้างกลุ่มอำนาจเก่าออกจากระบบการเมืองได้
       
       ทั้งนี้ หลังประกาศรับรองผลการเลือกตั้งแล้ว มีเรื่องร้องคัดค้านเข้ามายัง กกต. ทั้งหมด 678 เรื่อง โดยขณะนี้ กกต.พิจารณาไปแล้วเสร็จ 472 เรื่อง แยกเป็นเรื่องที่ กกต.มีมติเสนอความเห็นไปยังศาลฎีกาให้เลือกตั้งใหม่ 16 เรื่อง เพิกถอนสิทธิ 6 เรื่อง ( สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 1 ราย คือนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 12 พรรคพลังประชาชน และเสนอความเห็นให้มีการสั่งเลือกตั้งใหม่ 9 ราย ของพรรคพลังประชาชน ทั้งหมด ประกอบด้วย 1. น.ส.ละออง ติยะไพรัช ส.ส. เขต 3 จ.เชียงราย 2.นายเลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ 3.นางมลิวัลย์ ธัญญสกุลกิจ 4. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ส.ส.สุรินทร์ ส.ส.เขต 3 จ.สุรินทร์ 5. นายเอี่ยม ทองใจสด 6 นายวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ 7.นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ส.ส. เขต 2 จ.เพชรบูรณ์ 8. นายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล 9.นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.เขต 3 บุรีรัมย์ ) ยกคำร้อง 248 เรื่อง สั่งดำเนินคดีอาญา 23 เรื่อง เป็นบัตรสนเท่ห์ 144 เรื่อง ไม่รับเป็นเรื่องร้องคัดค้าน 31 เรื่อง และ ถอนคำคัดค้าน 4 เรื่อง ทำให้ขณะนี้เหลือเรื่องคัดค้านเลือกตั้ง ส.ส. ที่ยังค้างการพิจารณารวม 206 คดี

 
 

  กระทู้ใหม่จากเว็บบอร์ด Boybdream Forum


Warning: mysql_fetch_array(): supplied argument is not a valid MySQL result resource in /home/boybdream/domains/boybdream.com/public_html/manager-news-content.php on line 163
หัวข้อ วันที่
   
[1.] [Section1:ข่าวปก] สิบล้อบุกกรุง 17 มิ.ย.จี้รัฐช่วย-แท็กซี่มิเตอร์จ่อขึ้นค่าโดยสาร [11 มิถุนายน 2551 22:20 น.]
[2.] [ข่าวการเมือง] “พิภพ” ท้า “หมัก” อย่ายุบสภาหนีความผิดยุบพรรค [11 มิถุนายน 2551 23:08 น.]
[3.] [การตลาด] คัดบอร์ดอสมทวุ่นแต่ผ่านรายย่อยจี้“ไร่ส้ม-ที่ดิน50ไร่” [11 มิถุนายน 2551 22:12 น.]
[4.] [การตลาด] อีลิทงัดแผนรุกชงบอร์ดศุกร์นี้ยันเป้าเดิมขาย800ใบ-ดิ้นเพิ่มตัวแทน [11 มิถุนายน 2551 22:12 น.]
[5.] [การตลาด] คนกรุงกระเป๋าแห้งซื้อเสื้อผ้าลดลง [11 มิถุนายน 2551 22:11 น.]
[6.] [การตลาด] คลอดแอนิเมชั่น“เชลล์ดอน”ลงจอหลังพัฒนา8ปีทุ่ม83ล.พร้อมลุยตปท. [11 มิถุนายน 2551 22:10 น.]
[7.] [ข่าวการเมือง] “สนธิ” ตะเพิด “สมชัย-สดศรี” แฉกลโกง กกต.ช่วย “ยุทธ-พลังแม้ว” [11 มิถุนายน 2551 22:23 น.]
[8.] [การตลาด] วีระศักดิ์ดึงโรงหมอร่วมวงดูดเงินคนไข้ต่างชาติเข้าไทย [11 มิถุนายน 2551 22:09 น.]
[9.] [การตลาด] ทีวีไดเร็คโกยยอดเข้าเป้าโต54% [11 มิถุนายน 2551 22:09 น.]
[10.] [ข่าวการเมือง] “สมเกียรติ” ซัดลูกกรอกโกงเลือกตั้ง เหมือนตบหน้า ปชช. [11 มิถุนายน 2551 22:04 น.]

<ข่าวก่อนนี้ |
 
 
Back to Home Boybdream Webdesign
About us Boybdream Webdesign
Services Boybdream Webdesign
Clients Portdolio Boybdream Webdesign
Fags Boybdream Webdesign
Contact us Boybdream Webdesign
News & Activities Boybdream Webdesign
Articles by Boybdream Webdesign
Boybdream Forum
 
 ข่าวทั่วไป
 ข่าวการเมือง
 ข่าวภูมิถาค
 ข่าวต่างประเทศ
 ข่าวกีฬา
 ข่าวบันเทิง
 ข่าวเศรษฐกิจ
 ข่าวสุขภาพและการศึกษา
 ข่าวเกมส์
 ท่องเที่ยว
 สาระทั่วไป
 More

ไก่ชน

รับจัดทำเว็บไซต์
 
©2008 Boybdream.com เชียงใหม่ออกแบบเว็บไซต์ new clients,ผลงานใหม่ :
รับออกแบบเว็บไซต์
รับทำเว็บไซต์, ไก่ชน